การพัฒนาอย่างยั่งยืน

     

การพัฒนาอย่างยั่งยืน  (SUSTAINABLE DEVELOPMENT)

ความหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน

“รูปแบบของการพัฒนาที่สนองความต้องการของคนในรุ่นปัจจุบัน โดยไม่ทาให้คนรุ่นต่อไป
ในอนาคตต้องประนีประนอมยอมลดทอนความสามารถในการที่จะตอบสนองความต้องการ
ของตนเอง” (Sustainable Development is development that meets the needs of the
present without compromising the ability of future generations to meet their own needs)

คำกล่าวข้างต้นนั้นคือคาจากัดความของ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” หรือ “การพัฒนาที่ยั่งยืน”
ภาษาอังกฤษเรียกว่า Sustainable Development โดยสมัชชาโลกจาก World Commission
on Environment ที่กาเนิดขึ้นจากรายงานเรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
(The Bruntland Report หรือ Our Common Future)
ปัจจัยที่สำคัญที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ในอนาคต ได้แก่

1) การเปลี่ยนแปลงตามกระแสโลกาภิวัตน์

2) การเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างประชากรของโลก

3) การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มใหม่

4) ปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

5) แนวโน้มการวางระเบียบกฎเกณฑ์และการเรียกร้องเพื่อปกป้องผลประโยชน์ระหว่างชาติ

เนื่องจากความเสื่อมโทรม และสูญเสียทางทรัพยากรธรรมชาติที่ปรากฏขึ้นในปัจจุบัน
ปรัชญาแนวคิดนี้มีความสาคัญต่อการวางแผนและความมุ่งหมาย ในองค์กรระดับโลกต่างๆ
อย่างมากมาย  แต่โดยภาพรวมต้องมีความมุ่งหมายหลังอย่างน้อย 3 ประการ ดังนี้

1.ความต้องการของมนุษย์:
การพัฒนาอย่างยั่งยืนคำนึงถึงแนวคิดเกี่ยวกับความต้องการของมนุษย์ ซึ่งอาจเป็น
ความต้องการพื้นฐานในการดารงชีวิต และความต้องการที่จะมีมาตรฐานที่ดีกว่าเดิม

2.ขีดจากัดของสิ่งแวดล้อม:
ระบบสภาพแวดล้อมมีขีดจากัดในการให้ทรัพยากรและในการรองรับของเสีย

3.ความยุติธรรมในสังคมทั้งระหว่างชนรุ่นเดียวกันกับชนรุ่นต่อๆไป:
ความยั่งยืนนั้นไม่อาจมั่นคงอยู่ได้ หากปราศจากนโยบายการพัฒนาที่คำนึงถึง
ปัจจัยทางสังคมและทางวัฒนธรรมเข้ามาพิจารณาด้วย จึงต้องคำนึงถึงหลักการ
ความยุติธรรมระหว่างชนรุ่นปัจจุบันกับชนรุ่นต่อๆไป (Intergenerational Equity)
และหลักการความยุติธรรมระหว่างชนรุ่นเดียวกัน (Intergenerational Equity)

แนวคิดของพระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต, 2541)
ได้อธิบายการพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า “การพัฒนาอย่างยั่งยืนมีลักษณะที่เป็น
บูรณาการ (Integrated) คือทาให้เกิดเป็นองค์รวม (Holistic)
หมายความว่าองค์ประกอบทั้งหลายที่เกี่ยวข้องจะต้องมาประสานกันครบองค์
และมีลักษณะอีกอย่างหนึ่ง คือ มีดุลยภาพ (Balance) หรือพูดอีกนัยหนึ่ง
คือการทำให้กิจกรรมของมนุษย์สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ

“ในการจัดทำ ข้อเสนอของประเทศไทยในการประชุมของโลกว่าด้วยการพัฒนา
ที่ยั่งยืน ณ นครโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อเดือนกันยายน 2545
คณะอนุกรรมการกับการอนุวัต ตามแผนปฏิบัติการ 21 และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้หาข้อยุติด้านคำนิยามของการพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า
“การพัฒนาอย่างยั่งยืนในบริบทไทยเป็นการพัฒนาที่ต้องคำนึงถึงความเป็นองค์รวม
ของทุกๆ ด้านอย่างสมดุลบนพื้นฐานของทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญา
และวัฒนธรรมไทย ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกกลุ่มด้วยความเอื้ออาทร
เคารพกันและกัน เพื่อสามารถพึ่งตนเอง และคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเท่าเทียมกัน”

การพัฒนาที่ยั่งยืนนี้มีลักษณะเป็นการพัฒนาที่เป็นบูรณาการ (integrated)
คือทำให้เกิดเป็นองค์รวม (holistic) หมายความว่าองค์ประกอบทั้งหลาย
ที่เกี่ยวข้องจะต้องมาประสานกันครบองค์ และมีลักษณะอีกอย่างหนึ่งคือ
มีดุลยภาพ (balanced) (ประยุทธ ปยุตฺโต, 2539: 62-63)
สำหรับการจะพัฒนาจะสาเร็จได้นั้น พระธรรมปิฎกเห็นว่าคนต้องมีจริยธรรม
เนื่องจากปัจจุบันมนุษย์มีนิสัยที่เป็นสังคมบริโภค ประสบกับปัญหาสังคมและ
ชีวิตจิตใจ จนกระทั่งเกิด ปัญหาสิ่งแวดล้อมขึ้น จึงต้องนาเอาจริยธรรมมาช่วย
แก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยการพัฒนาให้คนมีจริยธรรมนั้นจะสาเร็จได้ด้วยการศึกษา
อย่างน้อยจะต้องรู้เท่าทันปัญหา เมื่อพัฒนาคนขึ้นไปแล้ว จึงจะเกิดจริยธรรมที่แท้จริง
คือเป็นจริยธรรมแห่งความพอใจและความสุข

แนวคิด ของพระราชวรมุนี (ประยูร ธมฺมจิตฺโต: 2542) กล่าวถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า
ในภาษาพระไตรปิฎก หรือภาษาบาลีจะปรากฏในคา 2 คา คือ ภาวนา กับ พัฒนา
โดยให้ความหมายของคำทั้งสองนี้ว่า

พัฒนา หรือ วัฒนา หมายถึง การเติบโต เช่น ต้นไม้งอก เป็นการเติบโตที่ไม่มีการควบคุม
ไม่มีการกำหนดเป้าหมาย ซึ่งอาจจะยั่งยืนหรือไม่ยั่งยืนก็ได้

ภาวนา หมายถึง เจริญ เป็นความเจริญที่ยั่งยืน มีการควบคุมและกาหนดเป้าหมาย
ซึ่งคำว่า ภาวนานี้ใช้ในการพัฒนามนุษย์ คือ กายภาวนา จิตภาวนา ศีลภาวนา
และปัญญาภาวนา

โดยการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นการพัฒนาที่สัมพันธ์กับมนุษย์ มีมนุษย์เป็นตัวตั้งในการพัฒนา
ซึ่งหากมองไปว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นการพัฒนาที่สัมพันธ์กับโลกและสิ่งแวดล้อม
ส่วนใหญ่หมายถึงการรักษามรดกของโลก สิ่งแวดล้อมของโลกให้คงอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน
จะเป็นแนวคิดที่สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว

นอกจากนี้แนวคิดทางพระพุทธศาสนายังถือว่ามนุษย์ เป็นองค์ประกอบที่สาคัญ
คือให้คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปเพื่อการสร้างสันติสุข
การอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ โดยใช้การศึกษาเป็นกลไกในการดาเนินการ
และมีหลักธรรมทางพุทธศาสนาเป็นเครื่องมือ เป็นการใช้วิถีชีวิตของคนเป็นฐานความคิด
ในการพัฒนา คือจะมุ่งไปที่การพัฒนาระบบการดำเนินชีวิตของคน ชุมชน และสังคม
ตลอดจนสภาพแวดล้อมให้ดารงอยู่ด้วยดีต่อเนื่องเรื่อยไป

คณะกรรมาธิการโลกว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาได้ทำการศึกษาเรื่องการสร้าง
ความสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนา ซึ่งต่อมาได้เผยแพร่เอกสาร
ชื่อ Our Common Future  เรียกร้องให้ประชาชนในโลกเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนิน
ชีวิตที่ฟุ่มเฟือย ไปสู่การพัฒนาที่ไม่ทาลายสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งได้ให้นิยาม
ของ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ว่า “คือการพัฒนาที่สนองตอบต่อ
ความต้องการของคนในรุ่นปัจจุบัน โดยไม่ทำให้คนในรุ่นอนาคตต้องประนีประนอม
ยอมลดทอนความสามารถในการที่จะตอบสนองความต้องการของตนเอง

ต่อมาในปี พ.ศ.2535 ได้มีการประชุมว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา
(UN Conference on Environment and Development: UNCED)
ณ กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ประเทศไทย และประเทศสมาชิก
สหประชาชาติ รวม 178 ประเทศได้ร่วมลงนามรับรองปฏิญญาริโอว่าด้วยสิ่งแวดล้อม
และการพัฒนา (Rio Declaration on Environment and Development)
และแผนปฏิบัติ การ 21 (Agenda 21) ซึ่งเป็นแผนแม่บท เพื่อการพัฒนาอย่าง
ยั่งยืนของโลก โดยครอบคลุมการพัฒนาที่สมดุล ทั้ง 3 ด้าน
ประกอบด้วย ด้านเศรษฐกิจ สังคม และด้านสิ่งแวดล้อม เป็นเอกสารสำคัญฉบับหนึ่ง
ของสหประชาติได้รับการรับรองจากการประชุม Earth Summit
ที่นครริโอ เดอ จาเนโร สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ในปี พ.ศ.2535
ซึ่งเปรียบเสมือนแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก
เพื่อสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นระหว่างสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาในศตวรรษที่21
โดยครอบคลุมการพัฒนาที่สมดุลทั้ง 3 ด้าน ประกอบด้วย
ด้านเศรษฐกิจ สังคม และด้านสิ่งแวดล้อม