จิตวิญญาณของหม้อคราม

ความรู้เรื่อง “ห้อม” และ “คราม” สีจากธรรมชาติ

ห้อม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Baphicacanthus cusia Brem. วงศ์ ACANTHACEAE
และมีชื่อเรียกแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น ที่เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ ลำปาง เรียก ห้อมน้อย
ต้นคราม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Indigo tinctoria L. เป็นพืชในวงศ์ LEGUMINOSAE
พืชทั้งสองชนิดนี้มีความโดดเด่น ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในแง่สรรพคุณทางยา  คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เคยรวบรวมข้อมูลได้ว่า
ต้นห้อมในยาพื้นบ้านล้านนาใช้ ใบ ต้มน้ำดื่ม แก้ไข้ ยาพื้นบ้านใช้รากและใบ ต้มน้ำดื่ม
แก้ไข้ ปวดศีรษะเนื่องจากหวัด เจ็บคอ หลอดลมอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ ตาอักเสบ

สำหรับต้นครามข้อมูลจากหมอยาพื้นบ้านอีสาน ใช้ทั้งต้น แก้อาการบวมพอง ขับปัสสาวะ
ขับนิ่ว เปลือกใช้แก้พิษงู แก้พิษดี ขับพยาธิ แก้โลหิตตก แก้บวม ใบช่วยดับพิษ แก้ตัวร้อน
แก้ปวดศีรษะ รากแก้พิษสารหนู

ทั้งห้อมและคราม ถือเป็นยาเย็นนำมาใช้ในการลดไข้ โดยนำต้นสดๆ มาทุบพอกกระหม่อมเด็ก
หรือผู้ใหญ่ก็ได้จะช่วยลดไข้ได้ดี แต่ถ้าหาต้นสดไม่ได้ หมอยาพื้นบ้านล้านนาแนะนำให้ใช้ผ้า
ที่ย้อมด้วยห้อมหรือคราม แต่ต้องเป็นการย้อมสีธรรมชาติจริงๆ ไม่ใช่สารเคมี ผ้าสีครามธรรมชาติ
ผืนนี้สามารถนำมาชุบน้ำวางที่กระหม่อมช่วยลดไข้ได้ดีกว่า ใช้ผ้าธรรมดาชุบน้ำ และใช้ผ้าม่อฮ่อม
ชุบน้ำลดการเจ็บปวดจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้

Getting to know about “HOM” and “INDIGO BLUE”
colors from nature

Scientific term of Hom is Baphicacanthus cusia Brem., family ACANTHACEAE.
It is called differently depending on locations such as in Chiang Mai, Chiang Rai,
Prae and Lampang, it is called Hom Noi.

Scientific term of Indigofera Tree is Indigo tinctoria L., family LEGUMINOSAE

Both plants are found in the north and the northeastern of Thailand.
They posses distinguishing qualifications which are widely use as herbal
medicine for curing many kinds of symptom.

According to the collecting data of Faculty of Pharmacy, Mahidol University,
Hom is used as a Lanna folk medicine.  Drinking water of boiling its root
or leave will lessen fever, headache caused by cold fever, sore throat, bronchitis,
tonsillitis and ophthalmitis.

According to the northeastern folk medicine doctor, stem of Indigofera is used for
curing symptoms such as swelling and bloating, micturate urinate, vesical calculus,
snake venom, gallbladder fever, vermifuge, hemorrhage, etc.  Its leaves is used for
antitoxic, lessening fever, headache and arsenic toxic.

Both Hom and Indigofera are applied for lessening fever by crushing its stem and
spread it on the forehead.  However, if fresh stem could not be found, Lanna folk
medicine doctor suggests that Hom or Indigofera dyed cloth be used instead.
However, it must be pure natural color dyed, no chemical added.  Putting the dyed
cloth in the water and place it on the forehead of the patient could lessen fever
of patient.  Moreover, it could lessen pain from insect bite.

‘จิตวิญญาณของหม้อคราม’
ความเชื่อ ประเพณี และวัฒนธรรม อันเป็นแบบอย่างของคนรุ่นหลัง

การก่อหม้อย้อมคราม กว่าจะก่อได้แต่ละหม้อมันต้องใช้เวลา จึงเปรียบได้ว่าการก่อหม้อ
ก็เหมือนก่อชีวิตขึ้นมาอีกชีวิตหนึ่งเลยทีเดียว ฟังดูแล้วอาจยิ่งใหญ่มากเพราะบางคนอาจ
คิดแค่ว่าเป็นหม้อย้อมครามสีดำๆ ใครๆก็ทำได้

แต่ถ้าไปสอบถาม เรียนรู้กับคนโบราณ จะรู้ว่าหม้อครามก็เป็นอีกชีวิตหนึ่งที่ต้องการ
คนเอาใจใส่ดูแล คอยป้อนข้าวป้อนน้ำ ความหมายของข้าวน้ำของหม้อครามก็คือ เนื้อคราม
น้ำด่าง มะขามเปียก ที่คนทำหม้อครามจะต้องหามาเติมลงในหม้อให้เป็นประจำมิให้ขาด
เพราะถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง หม้อครามนั้นก็จะย้อมไม่ได้ ถึงย้อมก็จะได้สีไม่สวย
ฉะนั้นจึงพูดได้ว่าหม้อครามก็คือชีวิตอีกชีวิตหนึ่ง ที่ต้องคอยดูแล

ว่ากันว่าคนโบราณเขาถือว่า ถ้าคนทำหม้อจะไม่ทาแป้ง ไม่ใส่น้ำหอม เพราะจะไป
ทำให้หม้อผิดกลิ่น แล้วมันจะนอน (ก็คือย้อมได้สีไม่สวย) การจะทำให้หม้อฟื้นตัว
ต้องใช้เวลา หรือแม้กระทั่งคนทำหม้อมีความจำเป็นที่ต้องไปงานศพกลับมาต้องมา
ทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำส้มป่อยก่อนลงมือย้อมหม้อ โดยเผาส้มป่อยให้พอมี
กลิ่นหอม แล้วเอาไปแช่น้ำอาบ เพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายเพราะคนโบราณกลัวหม้อตาย
แล้วย้อมไม่ได้ หรือแม้แต่จะมีคนมาขอแบ่งน้ำหม้อยังต้องมีดอกไม้ธูปเทียนมาขอกันก่อน
เพื่อเป็นความหมายว่าสิ่งที่ขอเป็นสิ่งที่มีค่า เอาไปแล้วก็ต้องดูแลรักษาเอาใจใส่

ซึ่งความเชื่อของคนโบราณก็เป็นแบบอย่างที่ดี ที่คนรุ่นหลังควรปรับและนำไปใช้ปฏิบัติ
เพราะอย่างน้อยก็แสดงให้เห็นถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่หม้อครามหรือว่าอะไรก็ตาม
ถ้าเราเอาใจใส่ดูแลของสิ่งนั้นก็จะอยู่กับเราไปนานเท่านาน ของทุกอย่างมีคุณค่าในตัว
ของมันเอง แล้วแต่ใครจะมองเห็นคุณค่าของมันและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์

Spirit of Indigofera Pot
Belief, tradition and culture

Molding the Pot: It takes time to mold a pot, therefore, there’s a metaphor
that molding a pot is the same as delivering a life.  It may sound great.
Someone may think that Indigofera pot is like one of a pot which anyone can mound it.
However, if we ask the old people, we will realize that Indigofera pot is another form
of life which needs tender care.  Potter must take care of the pot by frequent filling in
with alkali water, lye from ashes and ripe tamarind.  If one of these components is
missing, Indigofera pot is not functioned and dyeing process is unsuccessful.
Or if the pot could be used, the color comes out not fine.  Therefore, there’s old saying
that tendering the pot is like tendering a life.

It is the old tradition of the potter that the one who mould a pot must not apply
talcum powder or put on perfume because it will penetrate into the texture of clay
pot, dyeing color will not come out nicely.  And it also takes time to remedy the pot.
Or when the potter has to go to the funeral and when he/she comes back, bathing in
water of soap pod [Acacia concinna (Willd.) D.C.] is requested before starting the
process of dyeing.  To prepare it, soap pod must be burned until its scent emits
out and then put it into bathing water to cast out evil spirit due to it is a tradition in
the old days to avoid unsuccessful dyeing.

In some case when some people asks to have some portion of dyeing water, the ritual
of lighting candle and joss stick to ask for permission must be done.
This ritual interprets that asking some portion of dyeing water is the same as asking
for sacred thing and it must be taken care of.  This old tradition is good to preserve
and the next generation should conserve and adjust it.  Everything has meaning in
itself and it depends on each person who realizes its value and applying it to make the
benefit out of it.

 

ข้อมูลจากผลิตภัณฑ์จากกลุ่มสมุนไพร ดอยน้ำซับ จ.เชียงราย
กลุ่มผ้าเข็นมือย้อมครามเรืองแสงจันทร์ จ.นครพนม
และ
กลุ่มรักษ์สิ่งแวดล้อมและภูมิปัญญาไทย กทม.