ความสมดุลของร่างกาย

ความสมดุลของร่างกาย ตามทฤษฎีแพทย์แผนไทย

เราทราบกันดีว่า ร่างกายของเราประกอบไปด้วยธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งทางการแพทย์แผนจีน ยังมีธาตุไม้ และธาตุทอง ซึ่ง แต่ละภูมิภาค อาจมีความแตกต่างกันไปตาม ความรู้ ความสามารถของปราชญ์ ผู้รู้ ได้วางแนวทางไว้ สิ่งที่เหมือนกัน คือ การวิเคราะห์ความเจ็บป่วยของมนุษย์ มาจากฐานเดียวกัน คือเกิดจากการเสียสมดุลของธาตุ ที่ประกอบขึ้น เป็น ร่างกาย ของแต่ละคน เป็นสำคัญ ธาตุทั้งสี่ต้องตั้งอยู่ในภาวะสมดุล ร่างกายจึงจะปกติ ไม่เจ็บป่วย  โดยธาตุดิน อาศัยน้ำ ให้ชุ่มและเต่งตึง พอเหมาะ อาศัยลมพยุงให้คงรูป และเคลื่อนไหว อาศัยไฟให้พลังงานอุ่นไว้ น้ำต้องอาศัยดิน เป็นที่เกาะกุมซับไว้มิให้ไหลเหือดแห้ง ไปจากที่ที่ควรอยู่ อาศัยลม ทำให้ไหลซึมทั่วร่างกาย ลมต้องอาศัยน้ำ  และดินเพื่อเผาผลาญให้เกิดพลัง ไฟต้องอาศัยน้ำ เพื่อการเผาผลาญที่พอเหมาะ ไฟทำให้เคลื่อนที่ไปได้ ในขณะที่ลมสามารถทำให้ไฟลุกโชนเผาผลาญมากขึ้นได้ จะเห็นได้ว่าธาตุทั้งสี่ ต่างอาศัยซึ่งกันและกัน จะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปไม่ได้ หากมีความแปรปรวน เสียสมดุลขึ้นได้แก่ หย่อน กำเริบ หรือพิการ จำทำให้ร่างกายไม่สบาย เกิดเป็นโรคขึ้นได้

การเสียสมดุลดังกล่าว ยังขึ้นอยู่กับความสมดุลของธาตุทั้ง 4 ที่อยู่ภายนอกอีกด้วย กล่าวคือ ธาตุดิน ได้แก่พื้นดิน หรือต้นไม้ หากต้นไม้น้อยลงเพราะป่าถูกทำลายเสียหาย ดินย่อมพังพินาศ ไม่สามารถเก็บน้ำไว้ได้ น้ำย่อมไหลไปโดยเร็ว หรือถูกไฟ ได้แก่ แสงแดดเผา กลายเป็นไอน้ำหมด ไอน้ำทำให้เกิดการเคลื่อนไหว ของอากาศ เกิดลมที่แปรปรวน กระทบต่อลมอันเป็นปกติ เกิดพายุพัดรุนแรง ป่าและต้นไม้เป็นธาตุดิน ไม่สามารถต้านแรงลม ทำให้ดินพังไปมากขึ้นอีก ลมพัดพาฝนมา เกิดน้ำบ่าท่วมท้น ดินยิ่งพังและเก็บน้ำไม่ได้ เมื่อถึงยามหน้าแล้ง ความชุ่มชื้นก็หมดไปอย่างรวดเร็ว ธาตุไฟก็จะมากขึ้น เกิดการแผดเผา ของแสงแดดมาก ประกอบกับขาดต้นไม้บังแดด โลกก็ยิ่งร้อนขึ้น ความแห้งแล้งก็ตามมา เกิดการชาดน้ำ น้ำพิการ หากธาตุ 4 ภายนอกเป็นเช่นนี้  เรียกว่า เกิดมหาสันนิบาต ย่องส่งผลต่อธาตุภายใน ร่างกายเกิดการเจ็บป่วย เรียกว่า ธาตุภายในเสียสมดุลกับธาตุภายนอกนั้นเอง

จากจากนี้  นอกจากนี้อิทธิพลของฤดูกาล ก็มีผลทำให้ร่างกายแปรปรวน ได้ เช่นกัน เช่น ฤดูร้อน เจ็บปวดด้วยธาตุไฟ ฟดูฝนเจ็บป่วยด้วยธาตุลม ฤดูหนาว เจ็บป่วยด้วยธาตุน้ำ

การเปลี่ยนแปลงของอายุ ในวัยต่างๆ ซึ่งมี 3 ช่วงคือ ปฐมวัย  คือ อายุระหว่าง 0-6 ปี  / มัชฌิมวัย คือ   อายุระหว่าง 16-32 เป็นโรคทางธาตุไฟ / ปัจฉิมวัย  คือ อายุตั้งแต่ 32 ปีขึ้นไป เกิดโรคทางธาตุลม เพราะธาตุทั้ง 4 ทยอยกันเสื่อม แม้ ในวัยต้นๆ อาจจะยังไม่แสดงอาการ แต่ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ความแข็งแงของกล้ามเนื้อ ก็เริ่มเสื่อมลง  การแบ่งวัย แบบไทยๆ เป็นการเตือนสติไม่ให้ประมาท ในการดำรงชีวิต ให้เริ่มรอบคอบ   ในการดำรงชีวิต ในการกินอยู่หลับนอน ต้องรอบขอบ และต้องสอดคล้องกับธรรมชาติ อย่างมีสติอยู่เสมอ